Category Archives: งานมหกรรม

ท่องชมมหกรรมวิทย์ 54 ภาค 10: ถ่ายภาพกับไอน์สไตน์เต้นลง Facebook

Science I Like เด็กๆมุง

ภาคสุดท้ายกันแล้วนะครับ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 54 จะปิดตัวลงในวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคมนี้ ถ้าใครยังไม่ได้ไปนี่ก็เป็นโค้งสุดท้าย โอกาสสุดท้ายกันแล้ว เหลือเวลาอีกแค่เพียง 2 วันเท่านั้น และรอบนี้ผมจะแนะนำ High Light ของงานนี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือบูทของ Science I Like ของหน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ครับ

Science I Like Robot

Science I Like Robot

ในส่วนนี้มีการสร้างหุ่นยนต์จำลองขึ้นมา 1 ตัวนะครับ น่าเสียดายที่ขยับไม่ได้และก็ไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่ (ไม่มีขา)

เห็นกันเต็มๆ

เห็นกันเต็มๆ

แต่หุ่นตัวนี้ที่ถูกจำลองมาจะบอกเด็กๆได้ว่า การเป็นหุ่นยนต์นั้นต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น ระบบ Sensor ที่ใช้แทนดวงตา หรือระบบประสาทสัมผัสต่างๆ ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีที่ต่างๆกัน โดยส่วนที่บรรยายบริเวณกำแพงด้านหลังจะเป็นจุดบอกรายละเอียดของเทคโนโลยีสำหรับการสร้างหุ่นยนต์ตัวนี้ครับ

Bio Technology

Bio Technology

ในส่วนบูทเขียวๆนี้เป็นเทคโนโลยีชีวภาพ มีการปลูกเห็ดปลูกรา เพาะแบคทีเรียกันให้ดูเป็นสีสวยงาม ใช้น้ำเชื้อเพาะเลี้ยงเชื้อเหล่านี้เป็นรูปต่างๆ เช่นหัวใจ หรือตัวอักษรที่เราต้องการเขียนลงไปก็ได้

แบบจำลองเชื้อต่างๆ

แบบจำลองเชื้อต่างๆ

ต้นเหลืองๆใหญ่ๆนั่นก็คือเชื้อรา ส่วนแบคทีเรียรูปต่างๆเช่นหัวใจหรือตัว M ก็ถูกเพาะลงในกล่องเพาะเชื้ออย่างที่เห็นนั่นล่ะครับ

Augmented Reality ถ่ายรูป

Augmented Reality

ผมจะพาไปถ่ายรูปกับนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุดในยุค อัลเบริ์ทไอน์สไตน์นั่นเอง ในจอจะเห็นว่าเด็กคนนั้นถือโมเดลตัวการ์ตูนไอน์สไตน์อยู่ ทั้งๆที่มือเขาก็ถือแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง นั่นเป็นเทคโนโลยี Augmented Reality หรือการ “เสริมความจริง” เหนือยิ่งกว่า Virtual Reality ที่เป็นเพียง “โลกเสมือนจริง” ทำให้คนเราสามารถจับต้องสิ่งของที่อยู่ในโลก Digital ได้ครับ

สนุกกันใหญ่

สนุกกันใหญ่

เด็กๆแต่ละคนก็สนุกสนานกันใหญ่ คว้ากระดาษที่มี AR Code พรินท์อยู่ขึ้นมาส่องเข้ากับกล้อง ทำให้เกิดเป็นโมเดลต่างๆที่ทางบูท Science I Like ได้กำหนดไว้ ก็คือพวกโมเลกุลเคมี บิ๊กเกอร์ใส่สารทดลอง DNA หมุนๆไปมา และกล้องจุลทรรศน์ครับ

นี่ก็อีกโรงเรียน

กล้องถ่ายรูปอัตโนมัติ

ใครมีลูกหลาน ก็พาไปลองเล่นดูนะครับ  จะเห็นว่าแผ่นกระดาษแผ่นล่างสุด ที่น้องคนนี้ถือมีรูปกล้องถ่ายรูปอยู่ด้วย โปรแกรม Augmented Reality ของทาง LarnGear Technology นี้จะจับภาพกล้อง แล้วทำการถ่ายรูปน้องๆที่อยุ่หน้ากล้อง โพสเข้าไปในเฟสบุ๊คของ Science I Like ใครแวะไปถ่ายภาพมาแล้ว ก็สามารถเข้าไป Tag ตัวเองได้เลยครับ

พันกว่ารูปแล้ว

พันกว่ารูปแล้ว

ล่าสุดผมเข้าไปเช็คในเฟสบุ๊คก็เห็นมีพันกว่ารูปแล้วครับ

รถแข่งจากญี่ปุ่น

รถแข่งจากญี่ปุ่น

ข้างๆกล้องถ่ายรูป Augmented Reality ก็มีรถแข่งจากญี่ปุ่นของ Tokyo Tech เอามาตั้งไว้ เป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจ เด็กชายวัยรุ่นที่สนใจเทคโนโลยีรถแข่งความเร็วสูงคันนี้

6 - 21 สิงหาคม มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2554

6 - 21 สิงหาคม มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2554

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณทุกคนนะครับที่ตามอ่านบทความท่องชมมหกรรมวิทย์ 54 ตั้งแต่ภาคแรกจนภาคสุดท้าย :-) ก่อนจบผมก็ขอฝากบทความซีรี่ยส์ใหม่ล่าสุด ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยครับกับ เทคโนโลยีสุดล้ำ

ขอบคุณครับ! ปีหน้าพบกันใหม่!

ท่องชมมหกรรมวิทย์ 54 ภาค 9: Digital World Pavilion

Digital World Pavilion

ใกล้จะถึงภาคจบของบทความซีรี่ยส์ “ท่องชมมหกรรมวิทย์ 54″ กันแล้ว ตอนนี้ผมก็พามาจนถึงภาค 9 อีกเพียงภาคเดียวก็จะถึงภาค 10 ที่ผม (ไม่น่าไป) สัญญาไว้ตั้งแต่แรกว่าจะทำ 10 ภาค

Digital Recognition

Digital Recognition

Digital Recognition เป็นการสื่อการให้คอมพิวเตอร์รู้ จำแนกได้ จำได้ว่าสิ่งที่มนุษย์สื่อสารออกไปนั้นแปลว่าอะไร หรือมีความหมายว่าอะไร ซึ่งในงานนี้ก็มีการใช้ Digital Recognition ทั้งสิ้น 3 แบบก็คือ

  1. Voice Recognition
  2. Motion Recognition
  3. Multi-Touch Recognition

เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถจำแนกสิ่งเหล่านี้ได้หมดแล้ว ตั้งแต่เทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียงตั้งแต่ในสมัยก่อน การใช้เซนเซอร์จับภาพหรือใช้กล้องจับภาพในเกมเช่น Wii, PlayStation Move และ XBOX Kinect  ส่วนในระบบ Multi-Touch ก็มีให้เห็นกันทั่วๆไปในทุกเครือข่ายไม่ว่าจะมี 3G หรือโดนแบน 3G เพราะขัดผลประโยชน์ (เอ๊ะ ไม่เกี่ยว) ก็คือเครื่องพวก iPhone, Android โทรศัพท์ Smart Phone ทั้งหลาย

Voice Recognition Diagram

Voice Recognition Diagram

นี่เป็นภาพที่บอกว่าการสั่งการด้วยเสียงทำอย่างไร ในระบบง่ายๆที่เรียกกันว่า Gramma Recognition ก็คือระบบที่เก็บเสียงตัวอย่างไว้ แล้วเอาเสียงนั้นมาเทียบกับเสียงที่มนุษย์สั่งออกไป ถ้ามีความคล้ายคลึงกันถึงขอบเขตที่ยอมรับได้ ก็จะถือว่าเป็นเสียงที่ถูกต้อง และสั่งการออกไปให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำตาม

ใครมีไอโฟนก็ให้ลองกันได้ กดปุ่มสี่เหลี่ยมค้างไว้ 3 วินาที ก็จะเกิดหน้า Voice Control ขึ้น แบบนี้

Voice Control

iPhone's Voice Control

ต่อมาก็เป็น Motion Recognition หรือคำที่ติดหูกว่าก็คือ Motion Sensing ที่เคยระบาดกระจายไปทั่วโลกด้วย Nintendo Wii เครื่องเกมสุดฮอตที่สร้างตำนานโค่นแชมป์ Play Station 2 ได้เป็นเครื่องแรก ตามมาด้วยเทคโนโลยีที่ร้อนแรงยิ่งกว่าจาก Microsoft นั่นก็คือ Kinect ที่สามารถจับภาพด้วยกล้องสองชิ้น เหมือนกับสองตา มาสร้างบรรยากาศ 3 มิติ ให้แสดงออกมาเป็นเกมสุดเจ๋ง ส่วน Sony PlayStation Move นั้นก็ So-so เหมือนกับ Wii ปัดฝุ่น

เด็กเล่น Kinect

เด็กเล่น Kinect

ในงานนี้ผู้จัดบูท Digital Pavilion ตัดสินใจเอา Kinect มาเป็น Main Attraction สำหรับเทคโนโลยี Motion Recognition ซึ่ง ทำออกมาได้ดีนะครับ เด็กๆต่อคิวกันเล่นเกมเต็มไปหมดไม่สนใจบูทอื่นเลยครับ (555)

Kinect

Kinect

Kinect ราคาประมาณ $149 หรือประมาณ 4000 กว่าบาทในเมืองไทย ยิ่งในจังหวะที่เงินบาทแข็งโป๊ก ต่ำ 30 บาทต่อดอลล่าห์แบบนี้แล้วล่ะก็ ถ้าซื้อเกินราคานี้ต้องยกเขาให้ 1 คู่นะครับ ราคาเช็คได้ที่ Amazon.com (โอแม่เจ้า ลดเหลือ $119)

โต๊ะ Multi-Touch

โต๊ะ Multi-Touch

โต๊ะ Multi-Touch โต๊ะนี้สร้างขึ้นมาจากการจับจอ TV หรือ Computer Monitor ยัดเข้าไปข้างในโต๊ะ หงายหน้าขึ้น แล้วปิดด้วยกระจกที่มี Sensor Multi-Touch ทับเข้าไปอีกทีหนึ่ง ความแพงขึ้นอยู่กับว่ากระจกนั้นเป็น Multi-Touch ชนิดใด เช่น Resistive หรือ Capacitive ซึ่งแบบแรกจะถูกกว่าแบบหลังเพราะเป็นเทคโนโลยีที่เก่ากว่า เป็นจอที่ต้องใช้แรงกดเพื่อให้สั่งคำสั่งได้ เหมือนในมือถือรุ่นเก่าๆเช่น SAMSUNG หรือ Nintendo DS เมื่อปางก่อน ส่วนปัจจุบันตั้งแต่ iPhone เป็นต้นมาที่เริ่มบุกเบิก Capacitive Touching Screen ก็มีเจ้าอื่นทำตามๆกันมามากมาย ยกเว้นบางเจ้าที่ยังอยากจะทำให้โทรศัพท์ตัวเองราคาถูกๆอยู่ เช่น G-Net ฯลฯ ที่เจาะตลาดล่างในประเทศ

เอาเถอะจะอะไรก็แล้วแต่ โต๊ะตัวนี้น่าลองน่าเล่นจริงๆนะครับ

Virtual Reality

Virtual Reality

สุดท้ายเรามาดูภาพเสมือนจริงบนผนังเหล่านี้ ที่เกิดจากการยิงภาพจาก Projector ไปตกกระทบบนผนัง ทำให้เกิดเป็นภาพเสมือนจริงขึ้น (Virtual Reality) ซึ่งยังเป็นความจริงในโลกจอแบนๆอยู่ ถ้าอยากได้ความจริงที่สมจริงขึ้นไปอีกขั้น มันต้องใช้ ภาพเสริมความจริง (Augmented Reality) ที่เจ๋งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

Science i Like รูปเด็กๆ

Augmented Reality ที่ Science I Like

เอามาให้ดูกันเป็นน้ำจิ้มก่อน ที่จะ Cover ตอนสุดท้ายเกี่ยวกับ Augmented Reality ครับ

ส่วนนี่เป็นวีดีโอตบท้าย รวมเอาภาค 8 และ 9 ไว้ในอันเดียวกัน

ท่อมชมมหกรรมวิทย์ 54 ภาค 8: เทคโนโลยีตระการตา

JAPAN PAVILION

JAPAN PAVILION

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่าน ในภาคที่ 8 นี้ผมจะพาทุกท่านเดินชมงาน ดูเทคโนโลยีตระการตาจากค่ายต่างๆ เริ่มจากพี่ยุ่นของเราที่เป็นต้นตำรับความสุดยอดของหุ่นยนต์ เกมส์ และเครื่องมืออิเลคโทรนิกส์สมัยใหม่กันครับ

Dagik Earth

Dagik Earth

เทคโนโลยี Dagik Earth เป็นสื่อการสอนประเภทหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่น ที่นำเอาเครื่อง Wii Balance Board ของเครื่องเกม Wii ค่าย Nintendo มาดัดแปลง ทำเป็นตุ้มถ่วง ให้บังคับลูกโลกหมุนซ้ายขวาในการบังคับทิศทางการหมุน ในขณะที่ Projector ที่ยิงเข้าไปที่ลูกโลกจะช่วยสร้างมิติให้โลกดูสมจริงด้วย 3D Sphere เหมือนกับเห็นโลกหมุนอยู่ตรงหน้า

Wii Balance Board

Wii Balance Board

เครื่องขาวๆนี่แหละครับเป็นตัวควบคุม ถ้าเราอยากให้หมุนไปทางไหนก็ทิ้งน้ำหนักลงไปที่เท้าข้างนั้น ลูกโลกก็จะหมุนไปในทางที่เราคิด เป็นการควบคุมที่ไม่ต้องใช้มือ เมาส์หรือคีย์บอร์ด ช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นครับ

็HAL Robot Suit

็HAL Robot Suit

นี่เป็นชุดหุ่นยนต์เสริมกล้ามเนื้อ ที่ทำให้คนอ่อนแอหรือคนที่มีกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงสามารถกลับมายืน เดิน เคลื่อนไหวได้เหมือนคนปกติ โดยชุดหุ่น HAL นี่ก็เช่นกันเป็นเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ซึ่งผมว่าคนออกแบบน่าจะชอบกันดั้มไม่น้อย ถึงได้ใช้สีและรูปร่างแบบนี้ (แอบแซว) ส่วนโปสเตอร์ที่เห็นก็ต้องลอกเลียนท่ามาจากการ์ตูนสักเรื่องแน่นอน

ชุดเดโม่

ชุดหุ่นเดโม่

ในงานมีชุดหุ่นจริงๆให้ดูกัน หน้าตาเป็นแบบนี้ (แขนขาวๆที่แขวนอยู่น่ะครับ) สามารถดึงกระตุกเล่นได้ ส่วนพนักงานคนนี้เป็นคนญี่ปุ่นที่จะคอยสาธิตการขยับให้ดู แต่เธอบอกว่าไม่สามารถใส่ให้ดูได้เนื่องจากชุดนี้มันเล็กเกินไป … ขอแนะนำว่าคราวหลังเอาชุดใหญ่ๆมานะครับ เอาของมาให้ดูแต่ลองใส่ให้เห็นจริงๆไม่ได้นี่ก็คิดได้อีก

ชุดหุ่นในตู้

ชุดหุ่นในตู้

แต่สุดท้ายก็ยังดีครับ มีหุ่นใส่ชุดให้ดูอยู่ตัวนึงในตู้

ภาพต้นแบบแน่ๆ

หุ่นต้นแบบแน่ๆ

หมุนๆๆ

หมุนๆๆ

จบจากกันดั้ม เอ๊ย หุ่น HAL Robot ที่ช่วยเสริมกล้ามเนื้อ ก็มาดู Simulator กันบ้าง

เครื่องนี้เป็นเครื่องจาก Gimbal ที่จะจำลองทฤษฎีไร้แรงโน้มถ่วง (ZERO-G) ให้กับคนที่ขึ้นไปนั่ง พอน้อยเสื้อน้ำเงินขึ้นไปนั่งปุ๊บ เครื่องก็จะหมุนๆๆ แบบไร้ทิศทาง (หรือไม่ทราบว่ากำหนดทิศทางเอาไว้แล้ว) ทำให้เกิดการไม่รับรู้ทิศการทรงตัว เหลือแค่รู้ว่าอะไรอยู่ข้างบนหรือข้างล่าง เป็นสภาพเช่นเดียวกับการนั่งยานอวกาศที่มีการโคจรด้วยความเร็วสูง จำลองให้รู้สึกได้จริงๆว่า จะเป็นแบบนี้นะ ถ้าไม่เวียนหัวก็ให้รู้ไป … ซึ่งน้องเสื้อน้ำเงินตอนเดินลงมาก็แทบจะหัวคะมำ >_< ระวังนะครับคนที่ะจะขึ้นไปนั่ง มันน่าสนุกแต่ก็อันตรายตอนลงเหมือนกัน

GIMBAL สัมผัสอวกาศ

GIMBAL สัมผัสอวกาศ

หลักการจริงๆก็คือการทำให้ คอคเลีย (Cochlea) ในหูส่วนกลาง ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเหมือนกับการยืนอยู่บนโลกภายใต้แรงดึงดูดของโลกครับ

Clean Energy

Clean Energy

Clean Energy พวกนี้เป็นการทำให้เด็กๆเข้าใจว่า พลังงานสะอาดนั้นได้มาได้อย่างไร โดยจะต่อเชื่อมเครื่องปั่นไฟฟ้า (ใช้ขา มือ และข้อเท้า) เข้ากับหลอดไฟแท่งหนึ่งจริงๆ เมื่อเด็กๆอยากให้หลอดไฟติด ก็ต้องขึ้นไปปั่น ด้วยแรงมนุษย์ ทำให้รับรู้ได้ว่าแรงสามารถเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าได้ และแรงแบบนี้ จะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะใดๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจของหลักการที่ใช้แรงน้ำจากเขื่อนมาปั่นไฟ หรือใช้แรงลมบนภูเขามาปั่นไฟ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดเบื้องต้นครับ

หนูถีบจักร

เครื่องปั่นไฟ

พวกหนูๆเป็นอนาคตของชาติ แต่ก็อย่าริอาจเอาไอเดียแบบนี้มากำเนิดไฟฟ้านะครับ

 

ท่องชมมหกรรมวิทย์ 54 ภาค 7: บ้านเพื่อผู้สูงอายุและรถเข็น(2)

Home for All

สวัสดีครับ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงเกริ่นนำมากมาย เรามาต่อกันเลยดีกว่ากับบ้านเพื่อผู้สูงอายุและรถเข็นตอนที่ 2่

ประตูห้อง

ประตูห้องสำหรับรถเข็น

เริ่มกันที่ประตูห้องนะครับ ประตูควรมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. หรือมากกว่าเก้าอี้รถเข็นและระยะกางแขน สังเกตว่าต้องบวกรวมระยะกางแขนเข้าไปด้วยนะครับ เผื่อว่าผู้สูงอายุหรือผู้ที่นั่งรถเข็นเกิดกางแขนขึ้นมาจะได้ไม่บาดเจ็บ ซึ่งถ้ารวมระยะกางแขนจริงๆเข้าไป ความกว้างของบานประตูคงต้องไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร ซึ่งในสถานที่ๆมีพื้นที่จำกัดไม่อาจทำได้ ข้อกำหนดอย่างน้อยที่ควรจะเป็นก็คือ 90 ซม. ครับ

ประตูจะต้องไม่ติดตั้งอุปกรณ์ให้ปิดเอง (อุปกรณ์ที่คล้ายๆลูกสูบที่ติดอยู่บนวงกบบนของประตูเพื่อดันให้ประตูปิดเองเวลาคนลืมปิด) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุประตูกระแทกรถเข็น สำหรับประตูที่มีระบบเปิด-ปิด อัตโนมัติ ควรมีปุ่มให้กดเปิดปิดเองทั้งภายในและภายนอก ปุ่มควรจะอยู่ในระดับที่คนนั่งรถเข็นสามารถกดได้โดยไม่ต้องเอื้อม่ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นไม่แนะนำเลย ที่แนะนำจริงๆคือประตูบานเลื่อนที่สามารถเลื่อนเองได้ เพราะจะทำให้ผู้ที่นั่งรถเข็นและคนปกติที่อยู่บ้านใช้งานได้สะดวกทั้งสองคน

ในกรณีที่เป็นประตูแบบบานเปิดผลักเข้าออกนั้น เมื่อเปิดประตูออกไปสู่ทางเดินหรือระเบียงต่างๆ จะต้องมีพื้นที่ว่างทั้งทางกว้างและยาวไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร เพื่อให้รถเข็นสามารถกลับรถได้ มือจับประตูควรใช้ลักษณะเป็นท่อ หรือเป็นราวจับจะได้จับได้ถนัดมือ ไม่ควรใช้ลูกบิดกลมเพราะจะเลื่อนและใช้แรงบิดมาก ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ บานประตูควรมีช่องให้มองเห็นทะลุไปอีกด้านหนึ่ง ในระดับที่รถเข็นและคนปกติสามารถมองเห็นซึ่งกันและกัน เพราะจะทำให้ไม่เกิดอุบัติเหตุเปิดประตูไปกระแทกคนอีกฝั่งหนึ่ง

เก้าอี้สำหรับเด็กพิการทางสมอง

เก้าอี้สำหรับเด็กพิการทางสมอง

ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของคุณนิพิฐพนธ์ ภูริชบุญทรัพย์ นักออกแบบอิสระที่ออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็กพิการทางสมอง ได้รางวัลชนะเลิศนักออกแบบรุ่นใหม่ โครงการออกแบบเชิงนวัตกรรมปี 2552 ซึ่งถูกผลิตโดยบริษัท Yothaka International เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้เป็นนวัตกรรมในการผลิตส่วนฐานและส่วนรองรับให้มีความเหมาะสมและกระชับตัวเด็กที่มีทางสมอง รองรับสรีระร่างกายของเด็กไทย เหมาะสมกับสภาพอากาศของไทย มีช่องระบายความร้อนและทนต่อความชื้น ช่วยลดภาระในการดูแลของผู้ปกครองและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเก้าอี้จากต่างประเทศ

โทรศัพท์บ้าน

โทรศัพท์บ้านแบบพิเศษ

โทรศัพท์เครื่องนี้สามารถขยายเสียงได้ถึง 50 เดซิเบล และมีปุ่มแจ้งฉุกเฉิน จากศูนย์สาธิตอุปกรณ์และบริการโทรคมนาคมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ การขยายเสียงได้มากๆทำให้คนที่หูตึงฟังแล้วได้ยิน เพราะจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนหูตึงจะฟังเสียงปกติได้ชัดเจน ส่วนระบบติดต่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน จะสามารถกำหนดเบอร์ของคนที่ต้องการติดต่อในกรณีเร่งด่วนได้ 6 เบอร์ มีการถ่ายทอดสัญญาณผ่านสายคล้องข้อมือและสายคล้องคอ กรณีฉุกเฉินสามารถกดเบอร์ผ่านสายถ่ายทอดสัญญาณ ระบบจะหมุนเบอร์ฉุกเฉินให้อัตโนมัติ ภายใน 30 วินาทีถ้าไม่มีคนรับ จะโอนไปเบอร์อื่นๆที่กำหนดไว้ และเมื่อต่อติด ก็จะขยายเสียงด้วยความดัง 50dB หน้าจอสามารถแสดงเบอร์โทรของสายเข้า และมีไฟช่วยในการมองเห็นในที่มืดได้ด้วย จัดเป็นโทรศัพท์ที่ควรมีอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือมีผู้พิการที่มีปัญหาในการฟังครับ

ทางเข้าบ้าน

ทางเข้าบ้าน

ดูอุปกรณ์กันไปเยอะแล้ว คราวนี้มาดูทางเข้าบ้านกันบ้างครับ ทางเข้าควรจะเป็นระดับเดียวกับโรงจอดรถและพื้นบ้าน ถ้าลาดชันต้องไม่เกิน 1:12 เป็นอย่างน้อย หรือร้อยละ 8 วิธีประมาณก็คือถ้าจะลาดขึ้นความสูงของกระเบื้อง 1 แผ่น ก็ให้ทำทางลาดความยาวเท่ากับกระเบื้อง 12 แผ่น ซึ่งเป็นระดับที่ทดสอบมาแล้วว่าผู้พิการหรือผู้สูงอายุจะออกแรงเข็นได้ด้วยตนเอง มีความกว้างไม่ต่ำกว่า 90 ซม. เช่นเดียวกับประตูห้อง พื้นผิวต้องด้าน ไม่ลื่น ไม่มัน ไม่ขรุขระ ไม่มีพรมเพราะจะทำให้รถเข็นไปได้ยาก พื้นต่างระดับต้องมีเครื่องหมายชัดเจน ทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติอย่างน้อยๆที่ต้องมีครับ

รถเข็นขึ้นรถยนต์

รถเข็นขึ้นรถยนต์

คราวนี้เรามาดูนวัตกรรมของรถเข็นที่สามารถขึ้นรถยนต์ได้กันบ้าง จะเป็นอย่างไรติดตามชมในวีดีโอได้เลยครับ

ท่องชมมหกรรมวิทย์ 54 ภาค 6: บ้านเพื่อผู้สูงอายุและรถเข็น(1)

Home for All

สวัสดีครับ ในภาคที่ 6 เราจะมาดูกันถึงเทคโนโลยีใกล้ตัว ที่มีโอกาสได้ใช้กันทุกคนแต่ไม่ค่อยมีใครคิดถึงเว้นเสียว่าจำเป็นถึงคราวที่แก่ตัวลงแล้วต้องใช้มันนี่แหละครับ ครั้งนี้เราจะกล่าวถึงบ้านสำหรับทุกคน ซึ่งเป็นโครงการที่ดีมาก ออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับรถเข็น คนพิการ ผู้สูงอายุ และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ บ้านอย่างนี้จึงเหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย จนกลายเป็นบ้านแสนสุขได้นะครับ

รถเข็น 4 ล้อ

เครื่องช่วยเดินแบบ 4 ขามีล้อ สำหรับผู้สูงอายุ

ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ได้นำเครื่องช่วยเดินแบบ 4 ขามีล้อ สำหรับผู้สูงอายุมาใช้งานช่วยให้ผู้สูงวัยของเราเดินไปข้างหน้าได้ดีขึ้น โดยมีล้อหมุนและตะกร้าใส่ของ และในกรณีที่เดินไม่ไหวก็สามารถนั่งบนที่นั่งแผ่นสี่เหลี่ยมที่เตรียมเอาไว้ได้ ระหว่างที่นั่ง ล้อก็สามารถล็อคได้ แล้วให้ลูกหลานช่วยจูงเลื่อนไปแทน เป็นวิธีที่ดีมากๆเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงวัยสุดๆเลยครับ

พื้นรถเข็น

ความกว้างสำหรับช่องทางเดินรถเข็น

คนที่ไม่เคยนั่งรถเข็นก็คงจะไม่ทราบว่า รถเข็นจะสามารถไปที่ไหนมาไหนได้บ้าง มีอุปสรรคอย่างได้ ดังนั้นความกว้างสำหรับช่องทางเดินรถเข็นควรจะถูกกำหนดไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 1500 มม. หรือเมตรครึ่ง เพื่อให้รถเข็นสามารถกลับรถได้ เลี้ยวได้ และไม่เข็นไปชนสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้โดยง่าย คนเราไม่ชอบเดินผ่านที่แคบๆ คนที่ใช้ชีวิตบนรถเข็นก็เหมือนกันครับ ไม่ต้องการวิ่งผ่านช่องแคบๆเหมือนกับคนทั่วๆไป – ใจเขาใจเราครับ

รถเข็นสำหรับเด็กพิการทางสมอง

รถเข็นสำหรับเด็กพิการทางสมอง

รถนั่งคนพิการแบบปรับเอนและเอียงได้สำหรับเด็กพิการทางสมองคันนี้ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับเด็กพิการทางสมองโดยเฉพาะ ซึ่งศูนย์สิรินทรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติก็ได้นำเข้ามาใช้ มีการออกแบบพิเศษเพื่อให้เหมาะกับเด็กประเภทนี้ สังคมไทยก็สมควรที่จะยอมรับนะครับว่าสังคมเรามีคนประเภทนี้อยู่มาก และพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ อย่างน้อยรถเข็นคันนี้ก็แสดงถึงการที่เราเห็นว่าพวกเขามีตัวตน ต้องการให้พวกเขาได้รับชีวิตและการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นครับ

บันไดสำหรับรถเข็น

บันไดสำหรับรถเข็น

รถเข็นคันนี้สามารถขึ้นลงบันไดได้ แต่ทว่าบันไดก็เช่นกันต้องถูกสร้างมาเพื่อรถเข็น ให้รองรับซื่งกันและกัน แค่เพียงผู้สูงอายุหรือคนพิการสามารถขึ้นลงบันไดเองได้ ก็ทำให้ชีวิตของพวกเขามีความหมายขึ้นเยอะมาก ความรู้สึกของคนๆหนึ่งที่ไม่ต้องเป็นภาระคนอื่น ไม่ต้องเรียกหรือคอยให้คนอื่นมาช่วยเหลือเรา ไม่ต้องเกรงใจใดๆ เป็นความรู้สึกที่เป็นอิสระ และมีความหมายมากสำหรับผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกนี้ผมทราบดีจึงอยากจะถ่ายทอดออกมาให้ท่านผู้อ่านที่ไม่เคยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้เข้าใจและรับทราบ ว่าผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จะดีใจขนาดไหนถ้าพวกเขาสามารถขึ้นลงบันไดเองได้

บันได

Spec บันได

ขั้นบันไดกว้าง 30 ซม. สูง 15 ซม. มีจมูกบันได 1.5 – 2 ซม.

ความสูงราวบันได

ความสูงราวบันได

ราวบันไดสูง 80 – 90 ซม. แล้วแต่ความสูงของรถเข็นและคนนั่งรถเข็นว่าจะจับสบายหรือไม่

เวลาเข็นรถลง

เวลาเข็นรถลงจะเป็นแบบนี้

บันไดเพื่อรถเข็น

บันไดเพื่อรถเข็น

คราวนี้เราก็ได้รับความรู้กันไปเยอะเลยทีเดียวครับ แต่เนื้อหาของเรื่องบ้านเพื่อผู้สูงอายุและรถเข็นนี้ยาวพอสมควร และน่าสนใจอย่างยิ่งจริงๆ ก็คิดว่าจะมีภาค 7 ต่ออีกแน่นอนครับ