ตามล่าหาประโยชน์

เพียงสองคำถาม สองคำถาม เท่านั้นที่ทำให้พวกเราใช้เวลากว่าครึ่งทศวรรษในการหาคำตอบ … มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

  1. เทคโนโลยี Augmented Reality มีประโยชน์จริงๆหรือ?
  2. ประโยชน์ที่ได้รับ มากกว่าความยุ่งยาก หรือเปล่า?

ย้อนกลับไปปี 2548 ลองจินตนาการดูนะครับ โลกที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือที่ชื่อว่า iPhone ไม่มี TV 3 มิติ ไม่มีเครื่อง XBOX360 หรือแม้กระทั่ง Windows Vista

นิสิตปริญญาตรีสองสามคนจากห้องแลปวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯได้เขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่ง เอามาใช้กับเทคโนโลยี Augmented Reality เพื่อที่จะได้เรียนจบกับเค้าบ้าง โดยที่ยังไม่ได้นึกถึงเลยว่าจะมีประโยชน์หรือไม่ จะเอามาขายได้ไหม รวมไปถึงทุกๆอย่างหลังพิธีประกาศนียบัตร

Augmented Reality Prototype Learngears

เพื่อนในมหาลัยกำลังทดลองผลงานของพวกเรา

เห็นภาพแล้วเป็นไงบ้างครับ ผลงานชิ้นแรกรุ่นทดลองของพวกเรา

“หลุดโลกไปแล้ว” หรือผู้อ่านอาจจะคิดว่า “นี่มันอะไรกัน(วะ)?” – ถูกต้องแล้วครับ “นี่มันอะไรกัน(วะ)?” เป็นประโยคที่พวกเราถูกถามบ่อยที่สุดในรอบหลายปี

เมื่อผู้อ่านใส่หมวกโรโบคอบที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ แล้วเอามาส่องบนสัญลักษณ์พิเศษที่เรากำหนดไว้ ก็จะเห็นรถลอยขึ้นมาจากหนังสือ

อย่าลืมนะครับว่าเรายังอยู่ในยุค 2548 คนกว่าครึงโลกใช้โทรศัพท์ NOKIA จอขาวดำ … ผู้อ่านคิดหาประโยชน์จากเครื่องนี้ได้ไหม? – ผมคนนึงล่ะครับที่หาไม่ได้ จนกระทั่งเอามาทำภาพประกอบบทความนี้มั้ง

อย่างไรก็ตาม เพื่อนๆยังคงจะหาทางขายโปรเจคนี้อยู่ดี พวกเขาอยากจะเอามาต่อยอดให้ Augmented Reality มีประโยชน์กับบางสิ่งบางอย่างในโลกใบนี้ ดังนั้นเองบริษัทลานเกียร์ เทคโนโลยี ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาที่ Software Park เป็นหนึ่งในบรรดาลูกตัวเล็กๆของศูนย์บ่มเพาะไอที ด้วยความหวัง ความฝันและการมองโลกในแง่ดีของคนหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ว่าอาจมีซอกมุมเล็กๆสักแห่งหนึ่งในโลกนี้ เห็นประโยชน์จากมัน

Larngear Technology Augmented Reality

ลานเกียร์ เทคโนโลยี

แต่ทว่า … ไม่มีคนเห็นประโยชน์

ล้มเหล้วครับ อย่างสิ้นเชิง ปีนั้นทั้งปีพวกเราไม่มีรายได้แม้แต่บาทเดียว

แทนที่จะล้มเลิก พวกเราก็ถามคำถามกับตัวเองเพิ่มขึ้น พยายามเข้าใจกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น แล้วก็ได้มาอีก 3 คำถามในที่สุด

  1. เทคโนโลยี Augmented Reality มีประโยชน์จริงๆหรือ?
  2. ประโยชน์ที่ได้รับ มากกว่าความยุ่งยาก หรือเปล่า?
  3. ลูกค้าของพวกเราคือใคร และพวกเขาต้องการอะไร?
  4. จำเป็นไหมที่จะต้องใส่หมวกโรโบคอปนั่น?
  5. บริษัทเราจะมีคนเชื่อถือได้อย่างไร?

สองคำถามสุดท้ายต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

4. จำเป็นไหมที่จะต้องใส่หมวกโรโบคอปนั่น?

การค้นคว้าวิจัยเป็นคำตอบ พวกเราสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาใหม่ จนกระทั่งให้กำเนิดซอฟท์แวร์ Imaginary Engine 1.0 “นกกระจอก” ที่ช่วยแก้ปัญหาหมวกโรโบคอปได้ด้วยแรงงานวิศวกรรม นกกระจอกเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้พวกเราภาคภูมิใจมาก มันสามารถสร้างเนื้อหา Augmented Reality ได้โดยไม่ต้องมีความรู้ในการเขียนโปรแกรม บริษัท ลานเกียร์เทคโนโลยี ของพวกเราใช้นกกระจอกทำงานร้อยกว่าโปรเจคเป็นเวลากว่าครึ่งทศวรรษ

Imaginary Engine 1.0 “Sparrow” Augmented Reality

Imaginary Engine 1.0 “นกกระจอก”

เสร็จไปปัญหาหนึ่งก็ตามมาอีกปัญหาหนึ่ง

5. บริษัทเราจะมีคนเชื่อถือได้อย่างไร?

คำถามที่ห้านี่ยากกว่า นิสิตจบใหม่อายุยี่สิบต้นๆบอกว่าพวกผมสามารถทำหนึ่งในเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลกได้จะมีคนเชื่อถือได้อย่างไร ความน่าเชื่อถือสร้างไม่ได้เหมือนโปรแกรมนกกระจอก ซื้อไม่ได้อีกตะหาก … ความน่าเชื่อถือต้องเกิดจากการได้มาเท่านั้น เป้าหมายของพวกเราจึงเปลี่ยนเป็นการชนะการแข่งขันต่างๆ เมื่อไม่มีลูกค้า พวกเราก็เปลี่ยนอาชีพกลายเป็นนักล่ารางวัลกันเต็มตัว

กดปุ่มเร่งไป 2 ปี ในปี 2550 ความพยายามที่พวกเราเทเข้าไปก็ผลิดอกออกผล สองปีกับการทำงานโดยไม่มีเงินเดือน พวกเราก็ชนะเลิศสองรางวัลที่สำคัญที่สุด Thailand ICT Awards กับ Asia Pacific ICT Awards หมวดการค้นคว้าและวิจัย … จากนกกระจอกตัวน้อยๆของเรานั่นเอง

Winner, Asia Pacific ICT Awards (APICA) - R&D, 2007

ชนะเลิศ, Asia Pacific ICT Awards (APICA) - R&D, 2007

ในปีเดียวกัน พวกเราก็สร้างสื่อการเรียนรู้สามมิติชุดแรกออกมา และก็คว้ารางวัลที่ 3 ของธุรกิจนวัตกรรมยอดเยี่ยม จากสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ

3rd Prize from National Innovation Agent

รางวัลที่ 3 จากสื่อการเรียนรู้สามมิติ

Trophies

ถ้วยและใบประกาศต่างๆ

รูปข้างบนนี้ช่วยแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือของพวกเราไปได้ระลอกหนึ่ง ลูกค้าเริ่มที่จะไหลเข้ามา และยอมรับในบริษัทเล็กๆของพวกเราว่าเป็นซอฟท์แวร์เฮาส์ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Augmented Reality ในตอนนี้เองบริษัทลานเกียร์ เทคโนโลยีก็ได้เริ่มก้าวแรกเสียที

เมฆดำผ่านพ้นไประลอกหนึ่ง เมฆที่ดำกว่าก็เข้ามาแทนที่ บดบังท้องฟ้าของพวกเราจนมิดไปหมด ในปี 2550 ช่วงเวลาที่พวกเราได้รางวัลกันนั้น iPhone เครื่องแรกก็ยังไม่ออก ธุรกิจต่างๆจะรู้จัก Augmented Reality กันไหม เพราะตอนนี้ปี 2554 แล้ว ผมเชื่อว่าคนที่ไม่รู้จักคำว่า Augmented Reality มีเกิน 95% ของประเทศไทย เมื่อไม่รู้จักเทคโนโลยีไม่มีตัวอย่างทางธุรกิจ แล้วพวกเขาจะจ้างเราไปทำไม? พวกเขาไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อย่างไร สินค้าที่พวกเราขายมีศักยภาพหรือไม่ … พวกเขาไม่รู้อะไรเลย … คนที่ตัดสินใจลองกับเทคโนโลยีประหลาดๆนี้ดู ก็ไม่ยอมควักกระเป๋าให้มันมากนัก … พวกเราถูกบีบด้วยเงิน ให้หางานอื่นมาเสริม เพื่อที่จะอยู่รอด

3. ลูกค้าของพวกเราคือใครและพวกเขาต้องการอะไร

พวกเราใช้อีก 3 ปีเต็มในการตอบปัญหานี้ ไล่ล่างาน ทำโปรเจคด้วยโปรแกรมนกกระจอก ลูกค้าส่วนใหญ่ของพวกเราแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย และความต้องการของพวกเขาก็แตกต่างกันไปตามธุรกิจของพวกเขา อย่างไรก็ตาม มีอยู่จุดหนึ่งที่เหมือนกัน … ลูกค้าแต่ละรายอยากที่จะนำเสนอบางสิ่งบางอย่าง เกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขา โดยที่มีเป้าหมายเดียวก็คือ อยากให้คนสนใจมากที่สุด

เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก พวกเราขาย “แรงดึงดูด” เป็นเวลา 3 ปีเต็ม เรียกรวมแล้วอย่างน้อยหลักหมื่นคนมาในงานอีเวน์การตลาด ที่จัดขึ้นเพื่อโปรโมทสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ และในภาพข้างล่างนี้เป็นงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเมื่อปี 2551

Science Fair, 2008

งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2008

Real Estate Marketing Event, 2009

งานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, 2009

ในที่สุดพวกเราก็เอาชนะคำถามที่ 3 ได้สำเร็จ ลูกค้าของพวกเราก็คือนักการตลาดทั้งหลาย และสิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือความสนใจ จนกลายเป็นโมเดลธุรกิจแรกของลานเกียร์ เทคโนโลยี ที่จะให้่บริการ Augmented Reality เพิ่มแรงดึงดูดกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ลูกค้าของลูกค้าเป็นผู้ใช้อีกทีหนึ่ง

ผ่านมาจนได้ครึ่งทศวรรษ ลานเกียร์เทคโนโลยีพอจะเดินได้บ้างแล้ว แต่ยังวิ่งไม่ออก โมเดลธุรกิจของพวกเราจำกัดเกินไป แคบเกินไป ใช้ครั้งเดียวก็เลิกกันไป จะใช้บริการใหม่ครั้งหน้า พวกเราก็ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ สร้างใหม่ ไม่สามารถนำไปใช้กับลูกค้ารายที่ 2 3 4 ต่อไปได้อีก

พวกเราต้องการหาทางออกทางอื่น จึงกลับไปที่รายการคำถามอีกรอบหนึ่ง สองคำถามที่ถูกตั้งมาเมื่อ 5 ปีที่แล้วยังไม่ได้รับคำตอบ

  1. เทคโนโลยี Augmented Reality มีประโยชน์จริงๆหรือ?
  2. ประโยชน์ที่ได้รับ มากกว่าความยุ่งยาก หรือเปล่า?

ในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ พอเหมาะพอดี ปี 2552 หน่วยงาน สสวท. ได้ติดต่อพวกเราให้สร้างสื่อการเรียนรู้ให้กับพวกเขา เป็นโปรเจคแรกของพวกเราที่ไม่เกี่ยวกับงานการตลาดเลย

และเมื่อพวกเราย้อนมองกลับไป พวกเราเคยได้รับรางวัลธุรกิจนวัตกรรมอันดับ 3 จากสื่อการเรียนรู้สำหรับวิชาเคมี ไม่ใช่เพราะ Augmented Reality ดึงดูดผู้คนได้ แต่เป็นเพราะประโยชน์ของมัน

ใช่แล้ว! นี่แหละคือประโยชน์ที่แท้จริง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเราจะตกลงกับ สสวท และเริ่มโปรเจคทันที มันเป็นงานที่หินพอสมควรที่จะต้องประสานงานกับหน่วยงานรัฐ ร่วมการประชุมเชิงวิชาการกับคณาจารย์กว่า 40 ท่าน แต่มันก็เป็นก้าวหลักที่สำคัญที่จะทำให้นกกระจอกของลานเกียร์เทคโนโลยีบินเข้าสู่ธุรกิจการศึกษา

ในปี 2553 สื่อการเรียนรู้สามมิติฉบับแรกก็ได้เกิดขึ้น “โครงสร้างโลก” เป็นปรากฏการณ์ที่เยี่ยมยอดของพวกเรา มันสามารถช่วยในการเรียนการสอนได้มาก อย่างแรกก็คือ โครงสร้างโลกสามารถแปลงความคิดที่จับต้องไม่ได้ให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เพิ่มประสบการณ์ในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกของการศึกษา สอง มันสามารถดึงดูดความสนใจอย่างมหาศาลจากเด็กๆได้ในห้องเรียน และสาม โครงสร้างโลกสามารถใช้เรียนรู้ด้วยตัวเองในห้องสมุดได้ด้วย

The Earth’s Structure v1.0

"โครงสร้างโลก" รุ่นที่ 1

ในปีเดียวกัน พวกเราได้สั่งผลิต สื่อการเรียนรู้สามมิติชุด “โครงสร้างโลก” เป็นจำนวนมาก และส่งออกไปให้โรงเรียนมากกว่าพันโรงเรียน ภายใต้การร่วมมือกันกับหน่วยงาน สสวท. เป็นความสำเร็จก้าวแรกในระดับประเทศ

The Mass Production of the Earth’s Structure

"โครงสร้างโลก" ที่ถูกผลิตขึ้นชุดแรก

ด้วยความสำเร็จอย่างล้นหลามของโครงสร้างโลก พวกเราได้ต่อสัญญากับทาง สสวท เพิ่มอีกชุดหนึ่ง โดยจะทำสื่อการเรียนรู้ให้อีก 5 หัวเรื่องในปี 2554 และอีก 5 หัวเรื่องในปี 2555

ในเวลานี้เองพวกเราอยากจะนำสื่อการเรียนรู้นี้ออกไปสู่โลกภายนอก พวกเราได้เริ่มการแปลเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ และส่ง “โครงสร้างโลก” ไปประกวดเพื่อวัดผลงานของตัวเองอีกครั้ง

พวกเราก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ Thaiand ICT Awards ในหัวข้อการศึกษา (e-Leraning) และ Merit Awards จาก Asia Pacific ICT Awards

นั่นเป็นสัญญาณที่ดี

TICTA and APICTA awards in 2010

TICTA and APICTA Awards, 2010

  1. เทคโนโลยี Augmented Reality มีประโยชน์จริงๆหรือ?

โครงสร้างโลกตอบคำถามแรกได้อย่างสมบูรณ์แบบ Augmented Reality ให้ความอิสระกับการเรียนการสอนแก่ครูทุกๆคนและนักเรียนทั้งโลก พวกเราดีใจมากกับความพยายามที่ลงไปตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แต่ทว่าคำถามสุดท้ายก็ยังคงเหลืออยู่

2. ประโยชน์ที่ได้รับ มากกว่าความยุ่งยาก หรือเปล่า?

จากการที่พวกเราตระเวณทำงานการตลาด สั่งสมประสบการณ์ตั้งแต่ปี 2550 – 2553 หนึ่งในกระแสตอบรับของพวกเราที่ได้กันมาก็คือ “Augmented Reality นี่ใช้ยากนะ” มันเป็นสื่อที่ต้องการหลายๆอย่าง บางครั้งก็ต้องการความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์อีกด้วย

พวกเราจะทำให้มันง่ายลงได้ไหม? หมวกโรโบคอปพวกเราก็เอาออกไปได้รอบหนึ่งแล้ว มีหรือพวกเราจะทำให้มันดีขึ้นอีกไม่ได้

รอบนี้พวกเราจึงมุ่งไปที่การลดความยุ่งยากและประสบการณ์รับรู้ พวกเราต้องการที่จะสร้างเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาโดยใช้ Augmented Reality แต่คนใช้ไม่ต้องรู้เรื่อง Technology เลยก็ได้ พวกเราไม่ต้องการให้ใครเปลี่ยนแปลงชีวิต ไม่ต้องการให้มีคู่มือปฏิบัติหนาเตอะ พวกเราต้องการให้ครูยังคงใช้เทคนิคการสอนเฉพาะตัว ในขณะที่ สื่อการเรียนรู้สามมิติเป็นเครื่องช่วยสอนอย่างหนึ่ง

พวกเรารู้ว่าพวกเราทำได้

“A musical instrument should not tell what note a musician has to perform, a teaching instrument also, should not tell what line a teacher has to lecture.”

“เครื่องดนตรีไม่กำหนดตัวโน้ตให้นักดนตรีเล่น เช่นเดียวกันเครื่องมือการสอนก็ไม่ควรกำหนดวิธีการสอนให้กับอาจารย์"

ซอฟท์แวร์ Imaginary Engine 2.0, “พญาเหยี่ยว” ได้ถูกสร้างโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก และได้เพิ่มวิธีการควบคุมโดยสัญชาติญาณเข้าไป ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ฝืนมากที่สุด และไม่ซับซ้อนอีกตะหาก เพียงแค่จับ แตะ หมุน โดยไม่ต้องยุ่งกับคีย์บอร์ดและเมาส์ ก็สามารถใช้งานได้เต็มความสามารถ ซึ่งในจุดนี้พญาเหยี่ยวของเราได้แก้ไปปัญหาข้อสุดท้าย โดยลดความยุ่งยากลงสิ้น

This newly hatched Falcon is now ready to take real international flight.

พญาเหยี่ยวที่พึ่งออกจากไข่ตัวนี้จะบินไปสู่ต่างแดนในปี 2555

ตุลาคม 2554 บริษัทลานเกียร์เทคโนโลยีจะเปิดตัวสินค้าระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ภายใต้แบรนด์ “เลิร์นเกียร์ (Learngears)” เป็นสื่อการเรียนรู้สามมิติที่ตั้งเป้าหมายในการลดช่องว่างระหว่างครูและนักเรียนลงทั่วโลก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s